ผู้นำจีนจะไปประชุมสุดยอดอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำอินเดีย

กระทรวงต่างประเทศอินเดียเผยว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียจะต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในการประชุมสุดยอดหรือซัมมิตอย่างไม่เป็นทางการวันที่ 11-12 ตุลาคมนี้ ขณะที่ความสัมพันธ์ของสองประเทศตึงเครียดจากเรื่องแคชเมียร์

กระทรวงต่างประเทศอินเดียแถลงว่า ซัมมิตอย่างไม่เป็นทางการที่เมืองเชนไน ทางใต้สุดของอินเดียจะเป็นโอกาสให้ผู้นำทั้งสองได้สานต่อการหารือในประเด็นที่มีความสำคัญระดับทวิภาคี ภูมิภาค และสากล และแลกปลี่ยนทัศนะเรื่องการกระชับความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างอินเดีย-จีน รอยเตอร์คาดว่า นายกรัฐมนตรีโมดีจะหยิบยกเรื่องเศรษฐกิจขึ้นมาหารือ เช่น เรื่องอินเดียขาดดุลการค้าให้จีน 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2561/2562 เรื่องมีบริษัทอินเดียทำธุรกิจในจีนเพียงหยิบมือเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะที่ประธานาธิบดีสีจะขอให้อินเดียตัดสินใจอย่างเป็นอิสระเรื่องหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีนเสนอตัววางเครือข่าย 3 จีในอินเดีย และไม่ลังเลใจตามการกดดันของสหรัฐ

นายกรัฐมนตรีโมดีและประธานาธิบดีสีพบกันครั้งหลังสุดเมื่อปีก่อนที่เมืองอู่ฮั่นของจีน เพื่อประสานรอยร้าวอันเกิดจากการที่กำลังทหารทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันบริเวณพรมแดน แต่หลังจากอินเดียประกาศเพิกถอนสถานภาพพิเศษของแคชเมียร์เมื่อเดือนสิงหาคมโดยอ้างว่าเป็นเรื่องภายในเพื่อเร่งการพัฒนาแคชเมียร์ ทั้งจีนและปากีสถานต่างประณามอินเดียและนำเรื่องเข้าสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนกล่าวระหว่างพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่านของปากีสถานที่จีนเมื่อวานนี้ ว่า จีนสนับสนุนปากีสถานเรื่องการปกป้องอธิปไตยและดินแดน

แคชเมียร์เป็นดินแดนบนเทือกเขาหิมาลัย แบ่งพื้นที่ปกครองออกเป็นของอินเดีย ปากีสถานและจีน อินเดียปกครองพื้นที่ราวครึ่งหนึ่งทางตอนกลางลงมาถึงตอนใต้ ปากีสถานปกครองพื้นที่ราวหนึ่งในสามทางตะวันตกเฉียงเหนือ และจีนปกครองพื้นที่ไม่ถึงหนึ่งในห้าทางตะวันออกเฉียงเหนือ อินเดียและจีนเคยทำสงครามกันเรื่องพรมแดนเมื่อปี 2505