เดือนเดียวจะรอดคดีอยู่แล้ว พ.ต.ท.หนีโกงเงินจับควันดำ

แค่เดือนเดียวหมดอายุความ! ตามจับอดีต สว. บก.จร. หนีคดียักยอกเงิน 2 ล้านจับรถบรรทุกควันดำ แสบสร้างหลักฐานเท็จอ้างมีผู้แจ้งเบาะแส เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นายสุทธิ บุญมี สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำตัว พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ศรีสวัสดิ์กุล อดีตสารวัตรกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี

หลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ สามารถจับกุมตัวไว้ได้ที่บ้านพักย่านเตาปูนในช่วงเช้าที่่ผ่านมา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 55 คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด พ.ต.ท.สุรศักดิ์ จากพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์และเบียดบังทรัพย์สิน ตั้งแต่ปี  41 และได้มีการร้องเรียนว่านายตำรวจคนดังกล่าวยักยอกเงินด้วยการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ โดยการอ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแสตรวจจับรถบรรทุกควันดำ เพื่อรับเงินส่วนต่างร้อยละ 20 ซึ่งดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง โดย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ได้แจ้งผลการปฎิบัติงานว่ามีผู้แจ้งเบาะแสตรวจจับควันดำ แต่ความเป็นจริงเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ซึ่งตามปกติตำรวจจะได้เงินจากการปฎิบัติการร้อยละ 50 แต่เมื่ออ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแส จะได้รับเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ซึ่งสถิติการจับกุมคดีดังกล่าวมีวงเงิน 8 ล้านบาท ความเสียที่เกิดจากการกระทำความผิดทำให้รัฐสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท  

นายสุทธิ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพบว่า พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ได้ทำหลักฐานเท็จ อ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแสทุกครั้ง ทั้งที่เป็นการตั้งด่านจับกุมของตำรวจเอง ซึ่งจากรายงานพบว่ามีวงเงินค่าปรับกว่า 8 ล้านบาทเศษ และมีส่วนต่างที่ยักยอกไปกว่า 20% ซึ่งกรณีดังกล่าวดำเนินคดีตั้งแต่ปี 41 หลังมีผู้ร้องเรียนและได้ยื่นเรื่องมาที่ป.ป.ช.จนมีมติชี้มูลความผิดและป.ป.ช.ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องและนัด พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ไปรายงานตัว แต่เจ้าตัวหลบหนี ป.ป.ช. จึงขอให้ศาลออกหมายจับ จนกระทั่งติดตามตัวและมาจับกุมตัวได้ที่บ้านพักย่านเตาปูน  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้นำตัวส่งที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวน จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งอัยการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. เพื่อฝากขังในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งคดีจะหมดอายุความในวันที่ 30 เม.ย. 61. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews