เผยผลวิจัย ประมงไทยยังผิดกฎหมาย

เครือข่ายประมงฯ และประชาสังคมด้านแรงงาน ออกมาเปิดเผย ว่าการทำประมงไทยยังคงผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 145 ล้านบาท ต่อปี ขณะที่ด้านแรงงานยังไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย

นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เปิดเผยงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของการทำประมงแบบไม่ยั่งยืนของภาคีเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมเพื่ออาหารทะเลที่เป็นธรรมและยั่งยืน ระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย การประมงที่ขาดการรายงาน และการประมงที่ขาดการควบคุม หรือ IUU โดยห้ามใช้อวนรุนเป็นเครื่องมือในการทำประมง แต่ยังมีเครื่องมืออีก 2 ประเภทที่ยังไม่ถูกห้าม คือ อวนลาก และอวนล้อมปั่นไฟ ที่ยังมีใช้ในการทำประมง เพราะเป็นเครื่องมือในการจับลูกปลาเศรษฐกิจได้จำนวนมาก แทนที่จะปล่อยให้เติบโต นับเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงกว่า 145 ล้านบาท

สำหรับลูกปลาเศรษฐกิจของไทยที่ถูกจับมีมากกว่า 74 ชนิด เช่น ปลาทู ปลากระพง ปลาอินทรีย์ ปลาจะละเม็ด ปลาเก๋า เป็นต้น ถูกจับไปทำปลาป่น คือ อาหารปลาเลี้ยง โดยปลาป่น 1 กิโลกรัม เท่ากับลูกปลา 4 กิโลกรัม ซึ่งในแต่ละปี ประเทศไทยผลิตปลาป่น 5 แสนตัน เท่ากับต้องสูญเสียลูกปลาเศรษฐกิจไปกว่า 2 ล้านตัน เตรียมเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน โดยในวันนี้จะยื่นหนังสือให้รัฐบาลผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัย ชุด ชีวิตติดร่างแห:รายงานสิทธิแรงงานในอุตสาหกรรมประมงไทย ที่สอบถามแรงงานตั้งแต่ ธันวาคม 2560 จนถึง กุมภาพันธ์ 2561 พบว่า แรงงาน 1 ใน 5 ต้องทำงานเกิน 14 ชั่วโมงต่อวัน และมากกว่า 1 ใน 3 นอนพักผ่อนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ,แรงงาน 62% ของกลุ่มตัวอย่างมีพาสปอร์ต เพิ่มขึ้นจากเดิม 15% แต่ยังมีอีกส่วนที่ยังไม่มีพาสปอร์ต 95% ไม่ได้สำเนาสัญญาจากนายจ้าง แรงงาน 70% ยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิแรงงานอย่างเพียงพอ ซึ่งทั้งหมดนี้ ผิดกฎหมายด้านสิทธิแรงงาน

ขอบคุณข้อมูล จาก ch3